SMC

BOS vs CHoCH เทรนด์ยังไปต่อหรือกำลังกลับตัว

ทั้งสองคำบอกว่าโครงสร้างราคาหักแล้ว แต่ความหมายตรงข้ามกัน ดูว่าต่างกันตรงไหน และทำไมมือใหม่ถึงสลับกันบ่อย

คนที่เริ่มเรียน SMC เจอป้าย BOS กับ CHoCH บนกราฟเป็นอย่างแรก ๆ และเกือบทุกคนเคยสลับสองคำนี้ พอสลับก็อ่านทิศผิด ซื้อสวนเทรนด์โดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ข้อที่ต้องจำมีข้อเดียว คือสองคำนี้ต่างกันที่ทิศของการทะลุเทียบกับเทรนด์ที่กำลังเดินอยู่

เริ่มจากโครงสร้างราคาก่อน

ก่อนจะพูดถึง BOS หรือ CHoCH ต้องอ่านโครงสร้าง (market structure) ให้ออกก่อน โครงสร้างคือลำดับของจุดสูงและจุดต่ำที่ราคาทำไว้ ขาขึ้นทำ Higher High (HH) กับ Higher Low (HL) ต่อเนื่องกัน ยอดใหม่สูงกว่ายอดเดิม ก้นใหม่สูงกว่าก้นเดิม ขาลงตรงข้ามกัน คือ Lower High (LH) กับ Lower Low (LL)

ลองนึกภาพกราฟทอง H4 ที่ไล่ขึ้นมาหลายวัน ราคาทำยอดที่ 4,200 ย่อลงมาทำก้นที่ 4,170 แล้วขึ้นไปทำยอดใหม่ที่ 4,230 ย่อลงมาอีกรอบที่ 4,195 ตัวเลขชุดนี้เป็นตัวอย่างสมมติ แต่โครงสร้างชัดเจนว่าเป็นขาขึ้น ก้นที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ คือ 4,170 ตามด้วย 4,195 และยอดที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ คือ 4,200 ตามด้วย 4,230

BOS คือเทรนด์ไปต่อ

BOS ย่อมาจาก Break of Structure หมายถึงราคาทะลุจุดสูงหรือจุดต่ำเดิม ในทิศเดียวกับเทรนด์ ขาขึ้นที่ปิดเหนือยอดเดิม หรือขาลงที่ปิดใต้ก้นเดิม คือ BOS

จากตัวอย่างข้างบน ถ้าราคาปิดเหนือ 4,230 ได้ นั่นคือ BOS ขาขึ้น เทรนด์ยังเดินหน้าตามเดิม ป้ายบนอินดี้ เช่น Smart Money Concepts ของ LuxAlgo จะลากเส้นจากยอดเดิมมาถึงแท่งที่ทะลุ แล้วเขียนคำว่า BOS ไว้กลางเส้น

BOS บอกแค่ว่าฝั่งที่ครองตลาดยังครองอยู่ ราคาจะไปอีกเท่าไหร่หรือตอนนี้ควรซื้อไหม มันไม่ได้ตอบ หลาย ๆ ครั้งราคาทำ BOS แล้วย่อกลับมาลึกก่อนไปต่อ คนที่กระโดดซื้อตรงแท่งที่ทะลุจึงมักได้ราคาแพงที่สุด

CHoCH คือสัญญาณเตือนว่าอาจพลิก

CHoCH ย่อมาจาก Change of Character คือการทะลุโครงสร้าง ในทิศสวนกับเทรนด์ เป็นครั้งแรกหลังจากเทรนด์เดิมเดินมาพักใหญ่ ขาขึ้นที่ราคาหลุดก้น HL ล่าสุดลงมาปิดข้างล่าง หรือขาลงที่ราคาทะลุยอด LH ล่าสุดขึ้นไป คือ CHoCH

ต่อจากตัวอย่างเดิม ขาขึ้นที่มีก้นล่าสุดอยู่ที่ 4,195 ถ้าราคาปิดใต้ 4,195 ได้ ก็เกิด CHoCH ขาลง ลักษณะการเดินของตลาดเปลี่ยนไปแล้ว จากที่ก้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นก้นถูกทำลาย

คำที่ต้องจำคือ “อาจ” CHoCH เป็นสัญญาณเตือนว่าไบแอสอาจเปลี่ยน ไม่ใช่คำยืนยันว่ากลับตัวแล้ว เทรนด์ขาขึ้นที่เกิด CHoCH หนึ่งครั้งแล้วราคากลับขึ้นไปทำ BOS ใหม่ได้เป็นปกติ กรณีนั้น CHoCH เมื่อกี้ถูกเรียกว่าสัญญาณหลอก

ตารางเทียบ

BOSCHoCH
ทิศการทะลุตามเทรนด์เดิมสวนเทรนด์เดิม
ขาขึ้นปิดเหนือ HH เดิมปิดใต้ HL ล่าสุด
ขาลงปิดใต้ LL เดิมปิดเหนือ LH ล่าสุด
ความหมายเทรนด์ไปต่อไบแอสอาจเปลี่ยน
เกิดบ่อยแค่ไหนในเทรนด์แรง เกิดซ้ำหลายครั้งเกิดครั้งแรกครั้งเดียวต่อรอบการเปลี่ยน

วิธีจำที่ง่ายสุดคือถามตัวเองก่อนมองป้ายว่า “ตอนนี้เทรนด์ไปทางไหน” แล้วดูว่าการทะลุครั้งนี้ไปทางเดียวกันหรือตรงข้าม ถ้าไปทางเดียวกันเรียก BOS ถ้าตรงข้ามเรียก CHoCH ลำดับนี้กลับหัวไม่ได้ เพราะถ้าไม่รู้เทรนด์ก่อน ป้ายสองคำนี้จะไม่มีความหมาย

ทำไมมือใหม่ถึงสลับกันบ่อย

เหตุผลแรกคือสองป้ายหน้าตาเหมือนกัน คือเส้นแนวนอนพร้อมตัวหนังสือ สีต่างกันแค่นิดเดียว เหตุผลที่สองคือไทม์เฟรมที่ดู เทรนด์บน M5 กับเทรนด์บน H4 อาจตรงข้ามกัน ป้าย BOS ขาลงบน M5 อาจอยู่ในช่วงที่ H4 กำลังเป็นขาขึ้น คนที่ดูแต่ M5 จะเรียกมันว่าเทรนด์ลงต่อ ส่วนคนที่ดู H4 จะเห็นว่าเป็นแค่แรงย่อ

เหตุผลที่สามคืออินดี้บางตัวแสดงโครงสร้างสองแบบพร้อมกัน คือ Internal กับ Swing ถ้าเปิดทั้งสองแบบ กราฟจะมีป้ายซ้อนกันเต็มไปหมด ป้ายหนึ่งเป็น BOS ของโครงสร้างเล็ก ขณะที่อีกป้ายเป็น CHoCH ของโครงสร้างใหญ่ ณ จุดเดียวกัน แนะนำให้ใช้ Swing Structure อ่านไบแอส เพราะสะอาดกว่า และเปิด Internal เฉพาะตอนลงไปหาจุดเข้าบนไทม์เฟรมเล็ก

แท่งไหนถึงนับว่าทะลุ

ข้อนี้ทำให้ป้ายต่างกันระหว่างคนสองคนได้เลย บางคนนับตอนไส้เทียนแตะเลยจุดเดิม บางคนรอให้ตัวแท่งปิดเลย ถ้านับตามไส้ จะเจอ BOS และ CHoCH เยอะขึ้นมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นแค่การกวาดสต็อปแล้วราคาวิ่งกลับ (เรื่อง sweep เราเขียนแยกไว้ในบทความ Liquidity) แนวทางที่เด็คเล่ม 1 ใช้คือให้ถือว่าทะลุเมื่อมีแท่งปิดนอกจุดเดิม ไส้เทียนที่แทงออกแล้วปิดกลับเข้ามาข้างในยังไม่นับ

มีอีกจุดที่ควรรู้ ป้ายบนกราฟถูกวาดหลังจากราคาทะลุไปแล้วเสมอ อินดี้ไม่ได้ทำนายล่วงหน้า มันแค่บอกว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น เราจึงใช้ป้ายประกอบการอ่านโครงสร้าง ไม่ใช่สัญญาณเข้า

อ่านสองป้ายนี้ให้ถูกบนกราฟจริง

ขั้นตอนที่แนะนำมีสามขั้น

ขั้นที่ 1 เปิด H4 ดูป้ายล่าสุดของ Swing Structure ว่าเป็น BOS หรือ CHoCH และชี้ขึ้นหรือลง ถ้ามี BOS ต่อเนื่องทางเดียวกัน ไบแอสยังไปทางเดิม จดไว้ก่อน ยังไม่ต้องรีบหาจุดเข้า

ขั้นที่ 2 ถ้าเห็น CHoCH ครั้งแรก ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน แล้วรอดูว่ามีอะไรตามมา ถ้าตามด้วย BOS ในทิศใหม่ ภาพหนักแน่นขึ้น ถ้าราคากลับไปทำ BOS ทางเดิมอีก แสดงว่า CHoCH นั้นหลอก ต้องลบออกจากแผน

ขั้นที่ 3 ลงไปไทม์เฟรมเล็กตามลำดับ H4 → H1 → M15 → M5 ทุกครั้งที่ลง ให้เช็คว่าโครงสร้างเล็กสอดคล้องกับใหญ่ไหม ถ้าขัดกัน ให้รอหรือข้ามไป

กับดัก CHoCH ไทม์เฟรมเล็กที่สวนเทรนด์ใหญ่

บน M5 ทองสร้าง CHoCH ได้ทุกวัน ทั้งช่วงเช้าที่ตลาดเอเชียเงียบ และช่วงข่าว ส่วนมากเป็นแรงสวนสั้น ๆ ในเทรนด์ใหญ่ ไม่ใช่การพลิกจริง คนที่เห็น CHoCH ขาลงบน M5 แล้วรีบขายสวน H4 ที่เป็นขาขึ้นมักโดนเด้งกลับ เพราะสวนทั้งทิศใหญ่ที่แรงกว่า

กฎที่ใช้ได้ผลกว่าคือ CHoCH ในไทม์เฟรมเล็กที่สวนไบแอสใหญ่ ให้ถือเป็นการพักตัว ยังไม่ใช่สัญญาณเข้า ส่วน CHoCH ที่เกิดหลังราคากวาดสภาพคล่องในโซนที่เตรียมไว้ล่วงหน้า น่าเชื่อกว่า CHoCH ที่เกิดกลางทางไม่มีเหตุการณ์อะไรนำมาก่อน

สถานการณ์ตัวอย่างบนกราฟทอง

สมมติ H4 มี BOS ขาลงสองครั้งติดกัน แล้วราคาย่อขึ้นมาใกล้โซนที่ H1 ระบุไว้ว่าเป็น Order Block ขาลง ลงมาที่ M15 เห็นราคากวาดยอดเก่าไปนิดหนึ่งแล้วปิดกลับ ตามด้วย CHoCH ขาลงบน M15 ในกรณีนี้ CHoCH บนไทม์เฟรมเล็กไปทางเดียวกับไบแอสใหญ่ จึงมีน้ำหนักมากกว่าเคส CHoCH สวนทางตัวอย่างก่อนหน้า

อีกสถานการณ์ H4 เป็นขาขึ้นชัดเจน แล้วอยู่ ๆ ราคาตกแรงในช่วงข่าว ทะลุก้นล่าสุดลงไป ป้าย CHoCH ขาลงโผล่ขึ้นมา คนหลายคนจะรีบขาย แต่ถ้ามองว่าแท่งนั้นเกิดจากข่าวและราคากลับขึ้นมาปิดเหนือก้นเดิมภายในไม่กี่แท่ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ sweep ไม่ใช่การพลิกโครงสร้าง กรณีนี้จึงต้องมีกฎให้รอแท่งปิด และต้องยอมรับว่าบางครั้งเราตัดสินผิดแม้ทำตามกฎครบ

สรุปใช้งานแบบสั้น

  • รู้เทรนด์ก่อน แล้วค่อยเรียกชื่อป้าย
  • BOS ทิศเดียวกับเทรนด์ CHoCH สวนเทรนด์ครั้งแรก
  • นับว่าทะลุเมื่อมีแท่งปิดนอกจุดเดิม
  • ไบแอสอ่านจาก H4 หรือ H1 ไม่ใช่จาก M5
  • CHoCH ไม่ใช่คำยืนยัน รอ BOS ทิศใหม่ตามมาก่อนเปลี่ยนแผน

เรื่องการตั้งค่าอินดี้ให้แยก Swing กับ Internal การอ่านป้ายทีละภาพบนกราฟ XAUUSD จริง และวิธีไล่ไทม์เฟรมจาก H4 ลงมา M5 มีอยู่ในคู่มือเล่ม 1 SMC/ICT บน TradingView ซึ่งออกแบบให้ทำตามได้ทีละหน้าจอ

ทั้งหมดนี้เป็นเนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย การเทรดทองด้วย leverage มีความเสี่ยงสูงและขาดทุนได้เร็ว

การเทรด CFD และผลิตภัณฑ์ที่มี leverage มีความเสี่ยงสูง อาจเสียเงินทุนทั้งหมด เนื้อหานี้เป็นสื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน